เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม - เจาะทดสอบดินก่อนทำบ่อน้ำสำรองระบบดับเพลิง | NFPA 22

เจาะทดสอบดินก่อนทำบ่อน้ำสำรองระบบดับเพลิง สำคัญอย่างไร

logo-facebook logo-line logo-facebook

📌ทำไมต้องเจาะทดสอบดิน (Soil Testing) ก่อนทำบ่อน้ำสำรองระบบดับเพลิง?

เพราะ “บ่อน้ำสำรอง” ไม่ได้แบกรับแค่น้ำหนักโครงสร้างอย่างเดียว แต่ต้องแบกรับ น้ำหนักน้ำเต็มบ่อ ด้วย ถ้าดินรับน้ำหนักไม่ไหว หรือทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ บ่ออาจแตกร้าว เอียง รั่ว หรือทำให้ระบบดูดน้ำของปั๊มดับเพลิงมีปัญหาได้ โดย NFPA ระบุว่า NFPA 22 เป็นมาตรฐานสำหรับการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และดูแลรักษา water tanks และอุปกรณ์ประกอบสำหรับระบบป้องกันอัคคีภัย และหน้าเอกสารมาตรฐานของ NFPA Current Edition 2023

สรุปง่าย ๆ ว่า Soil Testing ทำเพื่ออะไรบ้าง

✅ดูว่าดินรับน้ำหนักบ่อและน้ำได้แค่ไหน

NFPA 22 บอกชัดว่าแรงรับน้ำหนักดินที่ใช้ออกแบบ และระดับความลึกของฐานราก ต้องกำหนดจาก subsurface investigation หรือการสำรวจชั้นดินใต้ดิน ไม่ใช่เดาเอาเอง

✅ดูความเสี่ยงเรื่องการทรุดตัว

มาตรฐานเดียวกันยังบอกว่าค่ารับน้ำหนักดินที่ใช้ในการออกแบบต้องไม่ทำให้เกิดการทรุดตัวจนกระทบต่อความมั่นคงของถังหรือบ่อ

✅ดูปัญหาดินอ่อน ดินยุบ โพรงใต้ดิน และดินเหลว (liquefaction)

NFPA 22 ระบุให้ประเมินความเสี่ยงเรื่อง subsidence, collapse, soil liquefaction และ settlement และถ้าสงสัยว่ามีหินปูนหรือหินละลายได้ ก็ต้องตรวจเรื่องโพรงและความแข็งแรงของชั้นหินด้วย

✅ดูระดับน้ำใต้ดิน

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับบ่อฝังดินหรือบ่อคอนกรีตใต้ดิน เพราะน้ำใต้ดินมีผลต่อการขุด การกันดิน การ dewatering และแรงดันน้ำจากด้านนอกบ่อ ข้อความของ ASTM D420 อธิบายว่า site characterization ควรระบุทั้งชนิดดิน/หินและ groundwater conditions เพื่อใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง

▶️ช่วยเลือกวิธีทำฐานรากและวิธีก่อสร้างที่เหมาะสม

ASTM D420 ระบุว่าข้อมูลสำรวจดินช่วยตัดสินใจเรื่องตำแหน่งโครงสร้าง วิธีการก่อสร้าง การขุด การ dewatering ความมั่นคงของลาดดิน/คันดิน และการเลือกชนิดฐานรากที่เหมาะสม

▶️ถ้าเป็นบ่อแบบคันดินหรือ embankment ก็ยิ่งต้องดูดิน

NFPA 22 ในหมวด embankment-supported suction tanks กำหนดให้คันดินต้องออกแบบให้มี stability และ drainage และการขุดต่ำกว่าระดับดินเดิมทำได้ก็ต่อเมื่อสภาพดินและน้ำใต้ดินเอื้ออำนวย รวมถึงต้องมีการตรวจยืนยันโดย qualified professional soils engineer ว่าคันดินมั่นคงจริง

📕NFPA 22 พูดเรื่องนี้ตรงไหนบ้าง

👉Chapter 12 — Tank and Tower Foundations in the Ground

บทนี้เป็นหมวดตรง ๆ เรื่องฐานรากของถัง/บ่อที่อยู่กับดิน และมีหัวข้อ 12.6 Soil-Bearing Pressures โดยตรง

12.6.1 และ 12.6.1.1

ต้องทำ subsurface investigation และต้องมี test borings ภายใต้การดูแลของวิศวกรดินหรือห้องปฏิบัติการทดสอบดินที่มีประสบการณ์ โดยเจาะลึกเท่าที่จำเป็นเพื่อพิสูจน์ว่าดินรองรับได้เพียงพอ

12.6.2 และ 12.6.2.1

ให้ประเมินความเสี่ยงจากโพรง หินละลายได้ การทรุด การยุบ และ liquefaction

12.6.3

ค่ารับน้ำหนักดินที่ใช้ในการออกแบบต้องไม่ทำให้เกิด settlement ที่กระทบความมั่นคงของถัง

9.4.1

สำหรับบ่อ/ถังแบบคันดิน ต้องดูเรื่องเสถียรภาพ การระบายน้ำ สภาพดิน และน้ำใต้ดินด้วย

ถ้าเป็นบ่อคอนกรีต ควรอ้างมาตรฐานอะไรเพิ่มอีก

📕NFPA 22 ระบุไว้ใน 10.1 ว่า concrete tanks ต้องออกแบบ วัสดุ และก่อสร้างให้เป็นไปตาม ACI 318 และ ACI 350; ถ้าเป็น prestressed concrete tanks ให้เป็นไปตาม AWWA D110 หรือ AWWA D115 ด้วย

และ ACI 350 เองก็อธิบายว่าโครงสร้างคอนกรีตประเภทเก็บหรือกักของเหลว เช่น น้ำ ต้องคำนึงถึง liquid-tightness และรายละเอียดรอยต่อควรเผื่อการเคลื่อนตัวจาก differential settlement ด้วย เพื่อช่วยลดการรั่วและการแตกร้าว

📕มาตรฐานอ้างอิง

NFPA 22 (Current Edition 2023) — มาตรฐานหลักเรื่อง water tanks / suction tanks สำหรับ fire protection

ACI 318 — ออกแบบโครงสร้างคอนกรีต

ACI 350 — โครงสร้างคอนกรีตสำหรับกักเก็บน้ำ/ของเหลว และประเด็นการรั่วซึม การแตกร้าว การทรุดตัวต่างระดับ

AWWA D110 / D115 — สำหรับถังคอนกรีตอัดแรงบางประเภทตามที่ NFPA 22 อ้างถึง

ASTM D420 — แนวทางการสำรวจชั้นดินและน้ำใต้ดินเพื่อใช้ในการออกแบบและก่อสร้าง. 

ASTM D1586 (SPT) — เป็นวิธีทดสอบภาคสนามที่ใช้กันมาก เพื่อได้ตัวอย่างดินสำหรับจำแนกชนิดและได้ค่าความต้านทานการเจาะสำหรับงานออกแบบ geotechnical

➡️สรุปว่า

“การทำบ่อน้ำสำรองสำหรับระบบดับเพลิง ไม่ใช่ดูแค่ความจุน้ำพอหรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่า ‘ดินใต้บ่อ’ รับน้ำหนักไหวไหม จะทรุดไหม มีน้ำใต้ดินสูงไหม หรือมีความเสี่ยงดินยุบ/ดินเหลวหรือเปล่า เพราะถ้าฐานดินไม่พร้อม ต่อให้บ่อใหญ่แค่ไหนก็มีโอกาสแตกร้าว รั่ว เอียง และกระทบความพร้อมใช้งานของระบบดับเพลิงได้ โดย NFPA 22 ก็ระบุชัดว่าการออกแบบฐานรากต้องอาศัยการสำรวจชั้นดินและ test boring อย่างเหมาะสม” 

>>>

สมเกียรติ์ ประทุมมินทร์

Managing Director

กลุ่มบริษัท เมืองไฟฟ้าวิศวกรรม